ถามตอบความรู้จิตเวช

จิตเวช คือ จิต+เวช(การแพทย์) แปลว่า การแพทย์ และ โรค ที่เกี่ยวกับทางจิตใจ
จิตวิทยา คือ จิต+วิทยา แปลว่า การศึกษาด้านจิตใจ ไม่ได้ศึกษาการแพทย์
จิตแพทย์ คือ แพทย์ที่รักษาโรคด้านจิตใจ มีความรู้ด้านจิตเวชเป็นหลัก ใช้ยาได้
นักจิตวิทยา คือ ผู้ที่มีความรู้เฉพาะด้านจิตวิทยา ใช้ยาไม่ได้

1-ถาม-อาการป่วยทางจิตเวชทุกรายคือ “บ้า” ใช่หรือไม่
ตอบ-ไม่ใช่ อาการป่วยทางจิตเวชไม่ใช่ทุกราย ที่มีอาการบ้า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น อาการป่วยทางจิตเวชมีหลายชนิด ได้แก่ โรคจิต โรคอารมณ์แปรปรวน โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคเครียดที่เกิดจากสถานการณ์ร้ายแรงในชีวิต โรคปรับตัวผิดปกติ บุคลิกภาพบกพร่อง ฯลฯ
ส่วนอาการที่เรียกว่าอาการบ้านั้น จะเข้าได้กับอาการโรคจิต แต่คนทั่วไปมักเข้าใจว่า โรคทางจิตเวชทั้งหมด คือ “บ้า”
สรุป อาการบ้า เป็น subset ของ อาการโรคจิต และ โรคจิต เป็น subset ของ โรคทางจิตเวชซึ่งมีหลายร้อยโรค

2-ถาม-งั้นโรคจิตคืออะไร
ตอบ-โรคจิต ไม่ใช่คนที่ทำในสิ่งน่ารังเกียจ เช่น แอบดูผู้หญิงอาบน้ำ หรือ โชว์อวัยวะเพศ พวกนี้เราเรียกว่า โรคกามวิปริต และ โรคจิตไม่ใช่คนนิสัยไม่ดี ที่เราเรียกว่า สัน...ดาน
คนที่เป็นโรคจิต จะมีอาการดังนี้
1) ประสาทสัมผัสหลอน เช่น ได้ยินเสียงคนที่ตายไปแล้ว ได้ยินเสียงกระแสจิต หรือเห็นภาพที่คนอื่นไม่เห็น ได้กลิ่นที่คนอื่นไม่ได้กิน และอาการเหล่านี้เป็นบ่อยจนรบกวนชีวิตประจำวัน
2) หลงผิดอย่างรุนแรง เช่นคิดว่ามีคนจะมาฆ่า ทั้งที่จริงๆไม่มี หรือคิดว่าตัวเอง เป็นพระเจ้ากลับชาติมาเกิด หรือคิดว่ามีมนุษย์ต่างดาวจับตนไปฝังเครื่องส่งสัญญาณโดยที่ไม่มีเหตุผลที่ฟังแล้วเป็นเหตุผลที่น่าเชื่อถือ
3) พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป ถ้าในช่วงแรกจะสังเกตได้ยาก ต้องเป็นคนใกล้ชิดเท่านั้น ที่พอทราบ แต่ช่วงหลังจะเปลี่ยนหนัก เช่น ไม่หลับไม่นอนไม่กินข้าวปลา เดินทั้งคืน พูดคนเดียว

3-ถาม-งั้นสาเหตุของโรคจิตล่ะ
ตอบ- สาเหตุมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโรคทางสมองเช่นถูกกระทบกระเทือนสมอง การใช้สารเสพติด เช่น ดมกาว ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี ยาลดความอ้วนบางประเภท กัญชา หรือ แม้แต่สุรา หรือเป็นจากสารพันธุกรรม(มักเริ่มมีอาการในช่วงวัยรุ่น) โดยพบว่า ในคน 100 คน จะพบ คนเป็นโรคจิต ประมาณ 3-4 คน โดยในนั้นโรคจิตที่พบบ่อยที่สุด คือ “โรคจิตเภท” (ไม่ใช่จิตเวชนะครับ) ในคน 100 คน พบได้ 1 คน
สรุป โรค จิตเภท เป็น Subset ของ โรคจิต และ โรคจิต เป็น subset ของ โรคทางจิตเวช

4-ถาม-แล้วรักษาอย่างไร
ตอบ- ทางการแพทย์พบว่าคนเป็นโรคจิต มีสารเคมีชื่อ Dopamine ในสมองที่สูงผิดปกติ การรักษาจึงเป็นการใช้ยาปรับสมดุลในสมอง ซึ่งถ้าไม่รักษาปล่อยให้สารตัวนี้สูงผิดปกติไปนานนาน สิ่งที่ตามมาคือการทำลายเนื้อสมองถาวร และ ผู้ป่วยจะไม่กลับคืนปกติ ดังเช่นที่เห็นในผู้ป่วยบางรายที่ญาติคิดว่าผีเข้า ไม่พามารักษา ไปรักษาหมอผี หมดเงินเป็นแสน กว่าจะมาพบแพทย์ก็สายเกิน ไม่สามารถเหมือนเดิมได้ หรือคนที่ใช้สารเสพติดนานๆ สมองถูกทำลายไปมาก ก็ไม่สามารถกลับปกติได้ ส่วนใหญ่หมอจะไม่หักล้างความเชื่อ แต่ถ้าญาติอยากรักษาทางไสยศาสตร์ ก็จะขอร้องให้รักษาทางยาด้วย เนื่องจากถ้าปล่อยไป เราก็จะเห็นคนที่เป็นโรคจิตที่รักษายากเกินเยียวยาเต็มท้องถนน
ลองคิดกันง่ายๆว่า ทุกๆ 100 คน จะมี 1คน ที่เป็นโรคจิตเภท ดังนั้น 60 ล้านคน จะมีโรคจิตเภทกี่คน มีที่มารักษากี่คน และ รักษาบ้างไม่รักษาบ้างกี่คน ในจำนวนนี้มีคนที่มีใบขับขี่กี่คน

5-ถาม-ทำไมรัฐไม่เก็บคนโรคจิตเข้าโรงพยาบาลจิตเวชให้หมด จะได้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อคนอื่น
ตอบ-คนที่เป็นโรคจิต ที่ก่อคดีหรือความรุนแรง คิดเป็น %น้อยมาก เมื่อเทียบกับ คนทั่วไป แต่เวลาก่อคดี จะทำพฤติกรรมแปลกประหลาด จึงมักดังลงข่าว เช่น โดยหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง เช่น “ลูกทรพีเอาขวานจามหัวพ่อตัวเอง” และ
ดังกล่าวแล้วว่า โรคจิตพบได้ ประมาณ 3% (ในจำนวนนี้เป็นโรคจิตเภท 1%) ดังนั้นถ้าเอารวมกับโรคทางจิตเวชอื่นๆ ที่พบในประชากรทั่วไป จะมีดังนี้
ลองคิดเล่นๆจะมีผู้ป่วยทางจิตเวชเท่าไหร่
โรคจิตเวชที่พบส่วนใหญ่ = โรคจิต 3 %( ประมาณ 1 ล้าน 8 แสนคน) +โรควิตกกังวล 3-5% (ประมาณ 2-3 ล้านคน) + โรคซึมเศร้า 15% (ประมาณ 9 ล้านคน)
ดังนั้นคำตอบว่าทำไมรัฐปล่อยให้คนไข้โรคจิตมาเดินเพ่นพ่าน คำตอบอยู่ด้านบน ส่วนคำถามคือ ตรงนี้จะเอาใครที่ไหน มาเลี้ยงดูคนเป็นล้าน ถ้าคิดแค่โรคทางจิตเวช กลุ่มโรคจิตอย่างเดียว ก็ล้านแปด ขณะที่ ทั่วประเทศ มีหมอจิตเวช แค่ 300 กว่าคน โรงพยาบาลจิตเวชมีแค่ 13 โรง แต่ละโรงตอนนี้ก็อัดกันเหมือน โรงฆ่าหมู บางรพ.พยาบาลในตึกมีอยู่สองคน ต้องดูคนไข้ 60 คน บุคลากรที่ทำงานจิตเวช น้อยมาก เนื่องจากไม่มีใครอยากทำงาน บางครั้งก็ถูกข่าวลือ เช่นว่า -รพ.ทำให้คนเป็นบ้า –มีการจ่ายยาให้คนไข้เป็นบ้า –เลี้ยงไข้ –โรงพยาบาลบ้าเจ้าหน้าที่ก็ต้องบ้า –โรงพยาบาลบ้าทุบตีคนไข้ –โรงพยาบาลบ้าซูเอี๋ยกับญาติเพื่อปรักปรำคนไข้ –โรงพยาบาลบ้ารับเงินจากคนรวยเพื่อบอกว่าคนนี้บ้าจะได้พ้นผิดจากคดีเป็นต้น
คำตอบอื่นๆอยู่ที่ญาติว่าจะพามาหาหมอหรือไม่ ญาติบางคนเลือกพาคนไข้ไปหาหมอผี มากกว่าจะพามาหา จิตแพทย์ เพราะกลัวเจอคนรู้จัก กลัวอับอาย “ปิดบังข้อมูล ว่าผู้ป่วยไม่เคยป่วยจิต” (ทั้งที่กินยาอยู่ทุกวันเพื่อให้อาการปกติ) ผู้ป่วยบางคนก็อับอายไม่กล้าบอกใครว่าตนป่วย ผู้ป่วยจิตเวชในสังคม จึงเดินปะปนกับคนทั่วไปไม่มีใครรู้หรอกครับ ว่าเขาป่วย ถ้าได้รับการรักษาอย่างดี “ซึ่งผู้ป่วยจิตเวชส่วนมากไม่ใช่คนไม่ดี แต่เขาป่วย” แต่มักถูกผู้ป่วยส่วนน้อยที่ไม่ดี ทำให้เขาถูกสังคมรังเกียจ
ดังนั้นใครจะมาหาหมอล่ะครับ ใครจะบอกคนอื่นล่ะครับ ว่าเคยไปศรีธัญญา ใครขอใบรับรองแพทย์ไปทำใบขับขี่แล้วจะบอกล่ะครับ ว่าเคยเป็นโรคจิต
แล้วหมอมีสิทธิ์หรือครับ ที่จะจับผู้ป่วยทางจิตทุกคนเข้ามาขังในรพ. ต่อให้เลือกเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงเข้ามาขัง ก็ที่ไม่พออยู่ดี
-แล้วญาติจะยอมหรือครับ - คนไข้จะยอมหรือครับ เขาก็อ้างได้ว่าตอนนี้เขาคุมตัวเองได้ ถ้าหมอบังคับเขา หมอต้องโดนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ถ้าญาติและคนไข้ไม่ยอม หมอก็ทำอะไรไม่ได้ เรียกว่า ให้นอนรพ.ก็โดน ปล่อยไปก็ซวย ดังนั้นหมอจิตแพทย์จึงน้อยมาก

6-ถาม-อ้าวก็เห็นมีคณะจิตวิทยา เปิดกันโครมๆทำไมจิตแพทย์ถึงขาดหล่ะ
ตอบ- จิตแพทย์ คือแพทย์ที่เรียนจบหกปี ได้เป็นแพทย์ทั่วไป ไปใช้ทุนหาประสบการณ์ หรือไม่ก็ได้ แล้วก็มาเรียนต่อเฉพาะด้านเหมือนศัลยกรรม หรือ สูติกรรม อีก 3 ปี รวมๆ การจะเป็นจิตแพทย์ จะต้องใช้เวลาประมาณ 9-12 ปี
ขณะที่คณะจิตวิทยา จะผลิตบัณฑิต ตามหลักสูตร 4 ปี จบมาเป็นนักจิตวิทยา ซึ่งจะจ่ายยารักษาโรคทางจิตไม่ได้ และไม่ได้เรียนรู้เรื่องโรคทางสมอง ที่มีผลต่อทางจิต

7-ถาม-แล้วโรคจิตแบบไหนที่ทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษ
-ตอบ-ตามมาตรา 65 นั้น จะศาลจะลดหย่อนโทษให้ได้ในกรณีที่จำเลยมี ภาวะวิกลจริต จิตบกพร่อง หรือ จิตฟั่นเฟือน ซึ่งผู้ป่วยไม่ต้องรับโทษหากขณะที่กระทำความผิด ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี
-วิกลจริต=โรคจิต
-จิตบกพร่อง= ปัญญาอ่อน
-จิตฟั่นเฟือน= โรคอารมณ์แปรปรวน
แต่ “หากขณะที่กระทำความผิดยังรู้ผิดชอบ ต้องรับโทษครับ” ซึ่งตรงนี้ ไม่มีหมอคนไหนกล้าฟันธงว่า ขณะที่ทำความผิดจำเลยรู้ผิดชอบไหม เนื่องจากหมอไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และไม่ใช่หน้าที่หมอที่จะบอกได้ หมอแค่บอกได้ว่าป่วยหรือไม่ป่วย ที่เหลือศาลท่านต้องพิสูจน์ตามหลักฐานว่าจำเลยรู้ผิดชอบไหม

ดังนั้นการป่วยทางจิตไม่ใช่เหตุละเว้นโทษ แต่การไม่รู้ผิดชอบชั่วดีขณะที่ทำเป็นเหตุละเว้นโทษ ซึ่งต้องอาศัยหลักฐานหลายอย่างพิสูจน์ และขึ้นอยู่กับศาล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหมอครับ

8- ถาม-ทำไมหมอไม่ห้ามคนเป็นโรคจิต ขับรถ ไม่ห้ามคนเป็นโรคจิตถือมีด ไม่ห้ามคนเป็นโรคจิต ทำอะไรที่อันตราย
-ตอบ- ทำไมหมอจะไม่ห้ามครับ แต่มีกฎหมายให้ห้ามได้เหรอครับ สมมติคุณเป็นเบาหวาน หมอบอกไม่ให้คุณกินเป๊ปซี่ หมอห้าม แล้วคุณทำตามได้ไหมครับ หมอบอกให้มากินยาฆ่าเชื้อจนหมด คุณทำตามได้ไหมครับ หมอบอกให้มารักษาต่อเนื่อง แล้วมากันทุกคนไหมครับ

9-ถาม-ขาดสติยังรู้ตัวไหม ยังรู้ผิดชอบไหม
ตอบ- ขาดสติ ยังรู้ตัวครับ เพราะยังเหลือสติอยู่บางส่วน
แต่ ไร้สติ หมดสติ นั้น ไม่รู้ตัวครับ
ส่วนเสียสตินั้น อาจรู้บ้าง ไม่รู้บ้างครับ เพราะมันเสียไป เหมือนคอมติดไวรัส ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ดังนั้นความเห็นผม ขาดสติ ยังรู้ตัวบางส่วน คุมตนเองได้บางส่วน ดังนั้นถ้าทำผิดต้องรับโทษครับ

10-ถาม- คนป่วยจิต ทำไมเรียนได้ ขับรถได้ ทำงานได้
ตอบ-เหมือนกรณีคุณหมอประกิตเผ่าครับ ยังสอนหนังสือได้ คนป่วยจิตหลายคนเป็นนักการเมือง เป็นครูบาอาจารย์ เป็นคนมีชื่อเสียง เป็นหมอ เป็นวิศว เป็นทนายความ ไม่ใช่ว่าคนป่วยโรคทางจิตเวชทุกคนต้องออกมาแต่งชุดลิเกเต้นรำนะครับ หรือพูดจาไม่รู้เรื่องนะครับ คนป่วยจิตเวชที่เกือบจะฆ่าเมียยังเคยได้รับรางวัลโนเบลเลยครับ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น